Shout!

โลกจะกด Reset อีกครั้ง!!!

posted on 20 Nov 2008 02:27 by nameless-inc

สวัสดีครับ ผม 04 อ๋ง วันนี้ขอมากับข้อคิดชวน

ซีเรียสหน่อยเพราะมันเป็นสิ่งที่เราควรจะหันมามองและใส่ใจกับมันได้แล้ว

 

ประเทศไทยของเรา

โลกของเรา

.

.

.

.

.

กำลังจะถึงกาลอวสาน

ในปีที่กำลังจะมีการจัดโอลิมปิก ครั้งต่อไปที่ประเทศอังกฤษ ปี ค.ศ. 2012

 

ที่ผมกำลังเขียนอยู่นี่มิใช่ อารัมพบทนิยายแต่อย่างใด แต่มันเป็นสิ่งที่(อาจ)จะเกิดขึ้น

จริงมันอาจจะเป็นจุดสิ้นสุดของมวลมนุษยชาติ เหมือนการกดปุ่มรีเซ็ท เพื่อฟื้นฟูตน

เองของโลกตลอดระยะเวลาหลายพันที่ผ่านมา ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมีแต่

สงครามและการนองเลือดแม้ว่าในบางประเทศจะได้สัมผัสสิ่งที่เรียกกันว่า

"สันติภาพ" แต่ในมุมอื่นๆของโลกใบนี้ก็ยังคงมีการฆ่าฟันกันอยู่ อาจจะเล็กน้อย

เหมือนการฆาตกรรมโดยมิได้เจตนา จนถึง การสังหารล้างเผ่าพันธุ์อย่างปราณีต

 

มนุษย์ได้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการเข่นเบียดเบียนกันเองและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

ไม้เอามาเหลาเป็นหอก โลหะเอามาแปรรูปเป็นดาบ ปืน รถถัง เครื่องบิน สิ่ง

เหล่านี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงแต่มีไว้เพื่อแสวงหา

ความต้องการของมนุษย์ทั้ังสิ้น ทรัพยากรของโลกได้ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการ

ครอบครองด้วยกำลัังทางทหารอันชอบธรรมของประเทศมหาอำนาจ

 

นักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาปฏิทินโบราณของชาวมายัน ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำ

เป็นวินาที และมีความก้าวหน้าในการบันทึกข้อมูลกว่าปฏิทินของมนุษย์ยุคปัจจุบัน

อย่างไม่สามารถเทียบได้ ผลสรุปอย่างเห็นพ้องต้องกันว่าในปี ค.ศ. 2012 นั้นขั้ว

แม่เหล็กโลกจะเกิดการสลับทิศทางจากที่เคยเป็นอยู่หรือ ปรากฏการ pole shift

ทำให้แผ่นดินที่เคยมีบางส่วนจมอยู่ใต้ทะเล ซึ่งตามความเชื่อของชาวมายันนั้น

กล่าวไว้ว่า จะเป็นวันสุดท้ายของปฏิทิน 5000 ปี และเป็นวันทีี่ที่เหล่าเทพเจ้าของ

พวกเขาจะกลับมาเยือนอีกครั้งหนึ่ง

 

นั่นอาจจะไม่ใช่จุดจบของโลกนี้แต่ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่านั่นคือจุดจบของมนุษย-

ชาติอย่างแน่นอนและนี่อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดปรากฏการนี้ขึ้น หากจะลองมอง

ย้อนไปถึงพระคำภีร์ไบเบิ้ล ในบทGenesis ที่มีการบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์น้ำท่วมโลก

ที่อยู่นานถึง 300 วัน ชะล้างสิ่งมีชีวิตบนผืนโลกจนหมดสิ้น เว้นไว้แต่เพียงพวกที่เหลือ

อยู่บนเรือ โนอาห์ เหตุการณ์แบบนี้อาจจะเป็นเพียงระบบการซ่อมแซมตัวเองของ

ธรรมชาติเท่านั้น ธรรมดาพอๆกับการที่คนเราต้องอาบน้ำชำระร่างกายทุกวันก่อน

เข้านอน

 

เรื่องของ เรือ โนอาห์ ก็เป็นเพียงนิทานปรัมปราในหนังสือพระคำภีร์ที่อาจจะมีส่วน

จริงอยู่บ้าง และส่วนปรุงแต่งที่ำทำให้ผู้อ่านรู้สึกคล้อยตามและ เห็นว่าการมีชีีวิตอยู่

ของมนุษย์นั้นเป็นพรจากพระเจ้า แม้ว่าในขณะนี้ประเทศมหาอำนาจต่างๆพยายาม

ที่จะหาวิธีการป้องกันและธำรงเผ่าพันธุ์ของตนเองให้พ้นจากหายนะในครั้งนี้ มันก็

เปรียบเสมือนการที่จิ๋นซีฮ่องเตพยายามหายาวิเศษที่จะหนีความตาย ซึ่งสุดท้าย

แล้วก็ไม่มีใครหรอกที่จะหนีความตายได้พ้น

 

พอมาคิดๆดูแล้วกว่าจะถึงปี ค.ศ. 2012 ก็เหลือเวลาอีกไม่มากนัก หากมันไม่เกิด

ขึ้นจริงๆตามเวลาที่มีการบันทึกเอาไว้ ก็จงคิดไว้ว่าเรานั้นโชคดีมากที่สามารถ

รอดพ้นวิกฤตนั้นได้ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงเราก็ควรจะถามตัวเองว่า เราใช้เวลาที่

เหลือ อีกสี่ปีของเรานั้นอย่างเต็มที่โดยไม่เสียดายหรือยัง สิ่งที่เราควรจะทำโดย

ไม่้ต้องเสียดายนั้นไม่ใช่การสร้างชื่อเสียงให้คนทั้งโลกรู้จัก ไม่ใช่การเอาชนะเบียด

เบียนหรือแก่งแย่งจากผู้ืือื่น เพราะถึงแม้ว่าคุณจะทำได้ แต่หลังจากภัยพิบัติครั้งนี้

ก็คงไม่มีใครจำคุณได้อยู่ดีเพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุิด ไม่ได้รอเราอยู่ในอนาคต หาก

แต่เป็นสิ่งที่เราควรทำในวันนี้ ต่อคนที่เห็นคุณค่าของมันในเวลานี้เท่านั้น

 

มันก็เหมือนกับการที่คนๆหนึ่งเป็นโรคร้าย และรู้วันตายของตัวเอง เขาจะไปเป็น

นักร้องซุปเปอร์สตาร์หรือ นักประท้วงกู้ชาติหรือ? ก็คงจะไม่ใช่ หากแต่ว่าสิ่งที่เรา

ควรทำนั้นสามารถปฏิบัติได้ง่ายกว่าที่กล่าวมาข้างต้น เช่นการปฏิบัติตนเป็นคนดี

ไม่เบียดเบียนผู้ือื่น ตั้งตนอยู่ในศีลธรรมและพยายามสร้างบาปให้น้อยที่สุด เพื่อ

บรรลุเป้าหมายของการเป็นคนดีตามความเชื่อของแต่ละศาสนาที่ต่างกันไป เพราะ

เราไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าในอนาคต สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์ จะยังคงเป็น

"สัตว์ประเสริฐ"ของโลกนี้ต่อไปหรือไม่

 

หลังจากสี่ปีข้างหน้าหากไม่มีมนุษยชาติอีกแล้ว ใครจะไปรู้ถึงการขยายอาณาจักร

มาเซโดเนียที่ยิ่งใหญ่ของ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ใครจะไปจำสมรภูมิ

อันแสนอัปยศของพระเจ้านโปเลียนมหาราช จะมีใครทราบถึงการประิดิษฐ์หลอด

ไฟของ โทมัส แอลวา เอดิสัน หรือการ ผลิตอาวุธที่มาจากการนำพาทฤษฎีเพื่อ

การสร้างสรรค์ของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มาใช้เป็นอาวุธเพื่อทำลาย

.

.

.

.

และต่อให้การ"กู้ชาติ"ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะสำเร็จหรือ

ไม่ หากมหันตภัยครั้งนี้เกิดขึ้นจริง สุดท้ายก็ไม่เหลือใครให้จดจำอยู่ดี ดูแลคน

ที่อยู่ด้วยกันวันนี้ให้ดีๆ เพราะอาจจะไม่มีพรุ่งนี้สำหรับเราแล้วก็ได้

 

ขอฝากไว้เป็นข้อคิดอ๋ง

edit @ 20 Nov 2008 03:26:46 by NAMELESS : Partnership with no name

Comment

Comment:

Tweet

ถ้าจะเกิดขึ้นจริงก็อยากรู้ค่ะว่าจะเป็นยังไง open-mounthed smile

#2 By HoRo ... ll on 2008-11-20 04:14

= = อ่านแล้วหลอน

#1 By Sharpen_Thought on 2008-11-20 03:23